Review:SIA First time Interview ^^Sept,21 2013

posted on 23 Sep 2013 12:44 by nadia-skyislimited
นี่คงเป็น Entry แรกนะคะที่เราจะเขียนบล๊อกของตัวเองอย่างเป็นทางการCry
วันที่ไปสัมภาษณ์ก็เปนวันเสาร์ธรรมดาวันหนึ่งที่ลางานไป ครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับสายการบินนี้ แต่เป็นครั้งที่ 3 ของเรา
ก่อนหน้าวันที่ไปสัมภาษณ์เราแทบจะไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย เพราะคิดว่าคงจะไม่ได้เหมือนครั้งที่แล้วมา แต่ก็พูดกับตัวเองว่าลองไปคงไม่เสียหายอะไร เลยตัดสินใจที่จะไป ใบสมัครก็มากรอกเอาตอนเช้าของวันนั้น พาสปอร์ตก็เพิ่งมาหาเอาคืนวันศุกร์ เรานี่มันน่าได้จริงๆ อิอิ.....
ทีนี้เราจะเริ่มแชร์ประสบการณ์เลยนะคะ เราได้คิวสัมภาษณ์เวลา 14.10 ตามที่อีเมลส่งมาเราต้องไปรายงานตัวก่อน 15 นาที... แต่เราไปถึงหวุดหวิดมากเนื่องจากเลี้ยวรถผิด ....  :( แต่อ่ะ ด้วยสปิริตก็ยังไปต่อคิวรอตรวจเอกสาร แต่ก่อนหน้านั้นขอบอกถึงสภาพตัวเองก่อนนะคะ
Make up- แต่งเองเหมือนเวลาไปทำงาน แต่แค่ทางปากแดงกว่าปกติ ธรรมดาเลย ไม่ติดขนตาปลอม ไม่ได้ปัดมาสคาร่า ขนตาก็ไม่ค่อยจะมี ใส่คอนแทคใส ธรรมดาไป
Outfit - ใส่ชุดรัดรุปสีแดงทับด้วยสูทสีครีท รองเท้าครีม
Hair - เรามัดหนังยางปล่อยหางม้า พร้อมกับกิ๊ป 1 ตัว เพราะคิดว่าทำไปก็ไม่ติด เลยประชดซะเลย 555
Skin - มีแผลเปนท่อมอเตอไซ เอารองพื้นโปะบางๆ
Nail - ตัดสั้นกุด ไม่ทาสีเลย
โอเคละเริ่มเลย
1. ด่านแรกไปถึงรอตรวจเอกสาร สิ่งที่ต้องมีคือ
    - ใบสมัคร APP ที่ปริ้นจาก  email
    - จดหมายเชิญใน email
    - ผลคะแนนโทอิก ถ่ายเอกสาร
    - สำเนาพาสปอร์ต
พอเราเดินไปที่โต๊ะมีพี่ผู้หยิงคนนึงหน้าคมๆเชคเอกสารว่าครบไม้ หลังจากเงยหน้ามามองหน้าเราก็พูดว่า .. น้องคะ เก็บผมให้มันเรียบร้อยหน่อยสิ... เราก็แบบขำตัวเองอ่า มัดผมด้วยยาก 1 เส้น ยุ่งมากๆ คนอื่นนี่แบบว่าเป๊ะหมด คงเสียเงินทำที่ร้านมาชัวร์ๆ ดีนะเราไม่เสียสักบาท55555 ตกรอบคงไม่เสียใจ พอหลังจากพี่พูดเสร็จเราก็มานั่งพันผมให้เป็นก้อน แล้วเอากิ๊บตัวเดียวที่มีนั่นแหละ เสียบให้มันอยู่ ตามด้วยสเปร์ฉีดผม ... เอ้า นั่งฉีดมันตรงนั้นแหละ เอาก็เอาสิคะ ใครจะกล้าว่า .... เรานี่มันสุดๆเลยว่าไม่คะ ไม่เตรียมตัวอะไรสักอย่าง แถมขี้งกทำเองทุกอย่างเลย
เอาเป็นว่าก็ผ่านมาเรียบร้อย เค้าจะให้เราเดินเข้ามาในห้องยื่นเอกสารพร้อมแลกกับเลขที่สมัคร เลขที่ออกคือ 473  ไอ้สติ้กเก้อบ้านั่นก้ไม่ค่อยจะติด เราเลยเอามันขลิบกับ ที่ขลิบกระดาษที่สูทเรา... ทีนี่ก็นั่งรอประมาน 15 นาที เค้าก็เรียก 10 คน จากเลขที่ 471-480 เข้าห้อง
 
2.ด่านต่อมาที่เรียกว่า 1st Round นั่นก็คือด่านที่ง่ายแต่ดูเหมือนยากที่สุดก็คือ กรรมการจะเรียกผู้สมัครเข้าไป 10 คน นั่งเก้าอี้หันหน้าเข้าหากรรมการที่เป็นชาวสิงคโปร์ ช1 ญ1 แล้วให้ทุกคนแนะนำตัวเรียงตามเลขที่สมัคร และตอบคำถาม 1 คำถาม คำถามรอบเราก็คือ What is your favorite animal and Why?... เราเป็นคนที่ 3 ที่จะต้องตอบแอบตื่นเต้นไม่น้อย แต่คือจะเอาอะไรดี จริงๆแล้วเราชอบแมวมากกกกก แต่ต้องมีเหตผลนี่สิยาก ก็มันน่ารักนิ่^^ คนแรกตอบหมาเพราะซื่อสัตย์ ไรทำนองนี้ คนที่ 2 ตอบไรจำไม่ได้เพราะเริ่มจะหูหนวกละ ตาเรา เราก็แนะนำตัว เสือกดันไปพูดชื่อเล่นที่ไม่มีในใบสมัคร แถมยังบอกอายุผิด ดีนะ เค้าไม่ดู อ่าส่วน คำตอบเราก็คือ.. my favorite pet is cat the reason that i like cat is because they are very cute and fluffy when i come home i feel relaxed when i see them and cat is a very clean animal and they don't smell.. พอตอบจบรู้สึกไร้สาระมาก แอบขำ ตอบไปได้ไง ก็มันคิดไม่ออกจริงๆ คำถามมันง่ายไป คิดว่าคงตกรอบชัวร์ๆFoot in mouth
 
พอทุกคนพูดจบกรรมการจะให้มานั่งรอหน้าห้องฟังผล หลังจากนั้นไม่นาน ผลก็ออกมา จะมี ผช คนนึงถือปึกกระดาษมา ก็คงน่าจะบอกผลเรียงตามใบสมัคร 
 
ผช คนนั้นเริ่มพูดอ่า คนที่ผ่านหมายเลขดังนี้ 471... 475... คิดในใจ ผ่านตรูไปแล้วข้ามหัวไปเลย สุดท้ายเค้าเว้นไว้ระยะใหญ่ แล้วพูดต่อว่า 473 เท่านั้นแหละยิ้มแก้มแทบปรี ส่วนที่เหลือกตกรอบ 3/10 เห้อโล่งเลย
 
3. หลังจากนั้นเค้าจะให้เราไปวัดส่วนสูง และเอื้มแตะ 3 คนที่ผ่านเข้ามาก็ผ่านหมด หลังจากนั้นจะมี ผญ คนไทยพาพวกเราเดินไปที่ห้อง English Test มีเวลา 15 นาที 19 ข้อ ถ้าถามว่ายากไม้ 7 ข้อหลังง่ายถามอ่านเรื่องแล้วตอบคำถามมี Choice ให้ แต่ไอ้ 12 ข้อแรกนี่สิ มึนเลยเป็นเนื้อเรื่องแบบพรรนณา ซึ่งคำศัพท์เปนคำศัพท์ที่เราไม่ค่อยได้ใช้ คนที่ชอบอ่านหนังสือจะได้เปรียบเลย เราใช้เวลาไปประมาณ 10 นาทีกว่าก็เสด เพราะนั่งงมไปมันคงไม่ถูกเลยบอกพี่ที่คุมสอบว่าเสดแล้ว เค้าเลยให้เราเดืนออกมานั่งรอผลหน้าห้องสอบ.... หลังจากนั้นไม่นาน พี่คนเดิมก้เดินมาเรียงหมายเลขทั้ง 3 สรุปว่าผ่านกันหมด เฮ้อ โล่งอกCool
 
4. Group Discussion รอบนี้มีด้วยกัน 5 คน กรรมการ 2 คน ดูใจดีนิดนึง เค้าจะให้แบ่งเป็น 2 ทีมๆละ 3 กับ 2  .... เรากลับได้ 2 คน เพื่อมา Debate ในหัวข้อที่ว่า Men should be the head of making decision or leader อะไรทำนองนี้ เราได้ฝั่ง disagree ซึ่งมันง่ายกว่าชัวๆ แต่อีกทีมจะได้เป็นฝ่ายพูดก่อน เราก็พูดทำนองว่า ฉันไม่เหนด้วยเพราะเนื่องจากสิทธิเสรีภาพของทุกคนควรที่จะเท่ากัน ไม่ว่าจะ ช หรือ ญ และในโลกปัจจุบัน ผญ ก็เปนที่ยอมรับไม่ว่าจะในฐานะอะไร แม้กระทั่งผู้นำประเทศ ไม่ว่าจะด้วยเหตผลอะไร ผู้หญิงควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพราะศักยภาพของทุกๆคนแตกต่างกัน^^ เราก็ตอบทำนองนี้ จริงๆ ยาวกว่านี้จำไม่ได้เวลาตื่นเต้น เราจะพูดรัวมาก Cry
หลังจาก กรรมการก้ถามเรื่องว่าทำอาหารกันเป็นบ้างไม้ ส่วนตัวเราชอบทำอาหารมากอยู่แล้ว แต่คำถามก็คือจะแนะนำอะไรเค้า  บางคนก็แนะนำร้านอาหารหรูๆ แต่เราไม่ค่อยรู้จักเลยบอกเค้าไปว่า ไม่ว่าจะร้านไหน เค้าก็ต้องมีอาหารจานนี้ นั่นคือ ต้มยำกุ้ง ผัดไท ตอบแบบให้เป็นตัวเองมากที่สุดอ่าค่ะ เสดแล้วกรรมการก็เชิญออกมานั่งรอหน้าห้องสอบ รอฟังผล
 
ปรากฏว่าเราผ่าน ตกรอบไป1 เย้ๆๆๆๆ ดีใจจัง เกินความความหวังอีกตามเคยSurprised
 
5. Individual Interview ที่นี้แอบดูโหดๆนะ ตอนที่เราโดนเรียกเข้าไปจะมีกรรมการ ช 1 ค ญ 1 คน ทีแรกก็ถามเป็นภาษาอังกิดหมด เริ่มด้วย
- what are you doing currently?
- Do you love what you are doing now?
- Why do you want to be cabin crew
- what is the hardest challenge that I have made
- ทีนี่ ผญ เริ่มพูดไทย ประกฏว่าเป็นคนไทย คำถาม ก็คือ หนูคิดว่าอาชีพ cabin crew เป็นอาชีพที่มีเกียรืตไม้?
 
ก็มีเท่านี้แหละค่ะ เอามึนเลยเหมือนกันFoot in mouth
 
พอออกมาจากห้องจะมี จนท. 2 คนนั่งตรวจเอกสาร สักพักก็เรียก หมายเลข 473 เพื่อบอกว่า you passed this round congrats!! อะไรจะเร็วปานนี้
 
หลังจากนั้นผู้ที่ผ่านต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม พวก Certificate ต่างๆ พอเสร็จเรียบร้อย รอบต่อไปนี้เราตื่นเต้นมากเลย คือรอบที่ต้องลองชุด Kebaya
 
6. Kebaya Tryout คือว่าจิงๆก็ไม่มีอะไร แต่เราแผลเป็นที่ขาเยอะมาก เลยแอบเสียวๆ พอเข้าไปในห้องก็เจอกรรมการ ผญ คนนึง หน้าคล้ายลูกครึ่ง น่ารักมากเลยทีเดียว เค้าก็เริ่มอธิบายว่าให้ใส่ชุด ทุกๆชุดจะไซส์เดียวกันหมด ใครใส่ถุงน่องให้ถอด ส่วนด้านบนให้ใส่เสื้อในเพียงแค่อย่างเดียว ถอดนาฬิกาออกด้วย
 
หลังจากนั้นเราก็หยิบชุดเข้าห้องเล็กๆที่เค้าจัดไว้ ปรากฏว่า แทบจะใส่ไม่ได้คือมันคับมากก เสื้อก็ติดหน้าอก กระโปรงก็ติดตูด อาจเป็นเพราะเราเป็นคนมีนม มี ตูด มันเลยคับ พอใส่ออกมาก็แบบแทบไม่ต้องหายใจ แอบเดินยากนึดนึง แล้วก็ต้องมาใส่แตะที่เข้ากะชุด Kebaya ที่นี้ก็จะเหนหมด เลบก็ไม่ทา 5555++
 
เราเปลี่ยนเสดเป็นคนแรก ผญ น่ารักคนนั้นก็เรียกมาชั่ง นน. เราหนัก 48 สูง 161 ก็ถือว่าใช้ได้เลย ไม่ใช่คนตัวเล็ก อวบๆ
 
หลังจากนั้น เค้าจะให้เรายืนใต้แสงไปในห้อง เพื่อส่องที่ผิวหน้าอย่างละเอียด และก็ถกแขนเสื้อ พลิกไปพลิกมาดูว่าเราผิวเปนอย่างไร และพอดูอย่างละเอียดก็ให้เราถกกระโปรงถึงเข่าเพื่อดูขาล่าง และหมุนไปรอบๆ ตรวจผิวขั้นสุดท้ายก็คือ แหวกที่เสื้อด้านหลังดูว่าเรามีสิวที่หลังไม๊ พอดูเสดก็ให้เราเดินไปกลับ มาหยุดที่หน้าเค้า แล้วให้เรายิ้มให้เหนฟันเพื่อเค้าจะได้ดู เพราะเสดสิ้นทุกสิ่งอย่าง เทอคนนั้นก็พูดว่า Congrats in generally you passed !! เราแบบงงมาก อารมต่างจากเมื่อเช้ามาก็มาแบบไม่พร้อม แต่ก็ผ่านจนรอบสุดท้าย
 
หลังจากที่เปลี่ยนชุดกลับเค้าก็ให้เรามาเซนชื่อกรอกข้อมูลอีกเล็กน้อย แล้วบอกว่าให้รออีเมล เพื่อตรวจสุขภาพ ทั้งดีใจ ทั้งหิว ไม่คิดว่าจะได้เลย ดีใจมากเลยค่ะCool
 
 

edit @ 24 Sep 2013 10:18:54 by N@DIA

edit @ 25 Sep 2013 13:19:30 by N@DIA